ข้ามไปยังเนื้อหา

การโอนเงินค่าซื้อเข้ามาในประเทศไทย

อ่าน 5 นาทีปรับปรุงเมื่อ 22 กรกฎาคม 2569ข้อมูลทั่วไป — ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย

สำหรับผู้ซื้อชาวต่างชาติ วิธีที่เงินเดินทางเข้ามาสำคัญไม่แพ้จำนวนเงิน กฎหมายไทยกำหนดว่าเงินที่คนต่างด้าวใช้ซื้อห้องชุดต้องเข้ามาในประเทศไทยจากต่างประเทศ ในรูปเงินตราต่างประเทศ และต้องมีธนาคารในประเทศไทยออกเอกสารรับรองการรับโอนนั้น หากทำถูกต้อง การโอนกรรมสิทธิ์จะเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่หากทำผิดขั้นตอน สำนักงานที่ดินสามารถปฏิเสธการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ของคุณได้

ทำไมเงินค่าซื้อต้องมาจากต่างประเทศ?

เพราะการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรคือสิ่งที่ทำให้ผู้ซื้อชาวต่างชาติส่วนใหญ่มีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ตั้งแต่แรก มาตรา 19 (5) แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 กำหนดให้คนต่างด้าวที่นำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเป็นหนึ่งในประเภทที่ถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ และมาตรา 19 ตรี กำหนดให้แสดงหลักฐานนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันจดทะเบียน ผลในทางปฏิบัติคือ คุณต้องพิสูจน์ได้ว่ามีเงินอย่างน้อยเท่ากับราคาซื้อขายทั้งจำนวนเข้ามาในประเทศไทยจากต่างประเทศในรูปเงินตราต่างประเทศ โดยเกี่ยวเนื่องกับการซื้อของคุณ และต้องนำหลักฐานนั้นไปแสดงในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์

สำนักงานที่ดินต้องการเอกสารจากธนาคารฉบับใด?

แบบธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ซึ่งยังนิยมเรียกกันว่าแบบ FET สำหรับการโอนตั้งแต่ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป และหนังสือรับรองการรับเงินหรือใบแจ้งการเข้าบัญชีจากธนาคารผู้รับในประเทศไทยสำหรับจำนวนที่ต่ำกว่านั้น เกณฑ์ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐคือระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้รายงานการรับโอนเงินตราต่างประเทศ และผู้ออกเอกสารคือธนาคารในประเทศไทย ไม่ใช่ธนาคารต้นทาง เอกสารทั้งสองแบบระบุจำนวนเงิน สกุลเงิน ผู้ส่ง ผู้รับ และวัตถุประสงค์ และทั้งสองแบบเป็นหลักฐานที่สำนักงานที่ดินยอมรับ

คุณสามารถทยอยโอนหลายครั้งได้ เพียงแต่แต่ละครั้งต้องมีเอกสารของตนเอง และเมื่อรวมกันแล้วต้องครอบคลุมราคาซื้อขาย ควรขอเอกสารจากธนาคารไทยของคุณทุกครั้งที่เงินเข้าบัญชี แทนที่จะไปตามเก็บย้อนหลังภายหลัง

ควรโอนเงินอย่างไร และในชื่อของใคร?

โอนเป็นเงินตราต่างประเทศ จากบัญชีในชื่อของผู้ที่จะมีชื่อในหนังสือกรรมสิทธิ์ และระบุวัตถุประสงค์ว่าเพื่อซื้อห้องชุด ให้โอนเป็นเงินตราต่างประเทศ ไม่ใช่เงินบาท การแปลงเป็นเงินบาทควรเกิดขึ้นที่ธนาคารผู้รับในประเทศไทย เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้การโอนเข้าเงื่อนไข ธนาคารต่างประเทศส่วนใหญ่ยอมให้คุณระบุได้ว่าต้องการโอนเป็นดอลลาร์สหรัฐ ยูโร ปอนด์สเตอร์ลิง หรือสกุลอื่น แทนการแปลงเป็นเงินบาทก่อนส่ง

ให้ชื่อผู้ส่งและผู้รับตรงกัน รูปแบบที่สะอาดที่สุดคือผู้ส่งและผู้รับประโยชน์เป็นตัวคุณเอง ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับที่จะมีชื่อในหนังสือกรรมสิทธิ์ หากเงินมาจากบัญชีร่วมหรือจากคู่สมรส ควรแจ้งธนาคารและที่ปรึกษาของคุณล่วงหน้า เพื่อให้เอกสารระบุชื่อผู้ซื้อได้อย่างถูกต้อง

ให้ระบุวัตถุประสงค์ ขอให้ธนาคารต้นทางระบุวัตถุประสงค์ไว้ เช่น “เพื่อซื้อห้องชุดในโครงการ [ชื่อโครงการ] กรุงเทพมหานคร” ทั้งธนาคารและสำนักงานที่ดินอ่านข้อความบรรทัดนี้ การระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนช่วยป้องกันคำถามในภายหลัง

ควรโอนเงินเข้าบัญชีของตนเองหรือของผู้ขาย?

โดยทั่วไปควรโอนเข้าบัญชีธนาคารไทยของคุณเอง แล้วชำระให้ผู้ขายจากบัญชีนั้น สำหรับโครงการใหม่อาจโอนเข้าบัญชีบริษัทของผู้พัฒนาโครงการโดยตรงก็ได้ ซึ่งผู้พัฒนาโครงการจะช่วยดำเนินการเรื่องเอกสารให้ แต่ชื่อบัญชีต้องตรงกับผู้ขายที่ระบุไว้ในสัญญา ส่วนห้องมือสอง เงินมักเข้าบัญชีไทยของคุณเอง แล้วชำระส่วนที่เหลือด้วยแคชเชียร์เช็คที่สำนักงานที่ดินในวันโอน การเปิดบัญชีธนาคารไทยในฐานะผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ต้องใช้เอกสารพอสมควร ควรเผื่อเวลาไว้ หรือสอบถามทางเลือกอื่นที่เหมาะกับกรณีของคุณ

ต้องเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้นานเท่าใด?

เก็บไว้ถาวร เพราะหลักฐานชุดเดียวกันนี้จะช่วยคุณในขากลับด้วย เมื่อถึงวันที่คุณขายห้องชุด การโอนเงินที่ได้รับกลับออกไปเป็นเงินตราต่างประเทศจะทำได้ง่าย หากคุณแสดงได้ว่าเงินก้อนนั้นเดิมโอนเข้ามาจากต่างประเทศ ควรเก็บแบบ FET และใบแจ้งการเข้าบัญชีไว้กับเอกสารสิทธิ์ เก็บไฟล์สแกนไว้อีกชุด และมอบสำเนาให้ผู้ที่จะดำเนินการแทนคุณได้หากคุณดำเนินการเองไม่ได้

คู่มือฉบับนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับผู้ซื้อชาวต่างชาติ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎเกณฑ์ อัตราค่าธรรมเนียมและขั้นตอนมีการเปลี่ยนแปลง และข้อเท็จจริงของแต่ละรายแตกต่างกัน หากต้องการให้ตรวจสอบทางกฎหมาย สามารถว่าจ้างสำนักงานกฎหมายสุวรรณวราได้ภายใต้สัญญาว่าจ้างแยกต่างหาก